up01

ซ่อมพื้นคอนกรีตทรุดในโรงงานและอาคารด้วยเทคโนโลยีเรซิน

ปัญหาพื้นคอนกรีตทรุดตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า หรือแม้แต่พื้นที่พักอาศัย การปล่อยทิ้งไว้นอกจากจะส่งผลต่อความปลอดภัยแล้ว ยังกระทบต่อกระบวนการผลิตและการขนย้ายสินค้าโดยตรง

J.A.T. GROUND EXPERT คือผู้เชี่ยวชาญด้านงานซ่อมแซมฐานรากและงานยกปรับระดับพื้นคอนกรีต (Slab Lifting) ด้วยทีมวิศวกรและช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี ทั้งในและต่างประเทศ เรานำเทคโนโลยีการฉีดสาร High-Density Polyurethane Resin (PU Foam) มาใช้เพื่อแก้ปัญหาการทรุดตัว บดอัดดินให้แน่น และยกคืนระดับพื้นคอนกรีตให้กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเน้นความแม่นยำ รวดเร็ว และไม่รบกวนการดำเนินงานของลูกค้า

ปัญหาพื้นคอนกรีตทรุดตัวในโรงงานอุตสาหกรรมและตัวอาคาร 

สาเหตุการทรุดตัวของพื้นคอนกรีตและชั้นดินรองรับ

พื้นคอนกรีตไม่ได้ทรุดเพราะ “คอนกรีตไม่ดี” เพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่ยังเกิดจากปัญหาชั้นดินด้านล่างด้วย เช่น

  • การบดอัดดินในช่วงก่อสร้างไม่แน่นพอ รับน้ำหนักจริงไม่ไหว จึงเกิดการยุบตัวตามเวลา
  • มีโพรงหรือช่องว่างในชั้นดินจากการกัดเซาะของน้ำ การรั่วซึมจากท่อใต้ดิน หรือการไหลของน้ำใต้ดิน
  • น้ำใต้ดินหรือความชื้นสูง ทำให้ดินบางชนิดอ่อนตัว สูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนัก
  • โหลดการใช้งานหน้างานจริงสูงกว่าที่ออกแบบไว้ เช่น มีการเพิ่มชั้นวางสินค้า เครื่องจักร หรือเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานโดยไม่ได้เสริมโครงสร้างรองรับ
  • การสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรหนักหรือการสัญจรของรถบรรทุกซ้ำ ๆ ทำให้ดินค่อย ๆ จัดตัวใหม่และทรุดตัวลง

เมื่อเกิดการทรุดแล้ว การ “เทปูนใหม่ทับ” โดยไม่แก้ปัญหาชั้นดินด้านล่าง มักจะทำให้พื้นกลับมาทรุดซ้ำในเวลาไม่นาน


ผลกระทบของพื้นทรุดต่อการใช้งานและความปลอดภัย

พื้นคอนกรีตที่ทรุด ไม่เรียบ หรือมีระดับต่างกันแม้เพียงไม่กี่เซนติเมตร สามารถสร้างปัญหาได้หลายด้าน เช่น

  • รถโฟล์กลิฟต์ รถลากพาเลต วิ่งสะดุด ทำให้การขนถ่ายสินค้าช้าลง และเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำหรือสินค้าตกแตก
  • พื้นที่ฐานรองเครื่องจักรทรุด ทำให้เครื่องจักรเอียง เกิดการสั่นสะเทือนผิดปกติ ส่งผลต่อความแม่นยำในการผลิต และอาจเร่งการสึกหรอของเครื่องจักร
  • รอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีตยุบตัว เกิดขอบแตก ร้าว ทำให้รถผ่านแล้วกระแทกแรง เสี่ยงต่อการชำรุดของล้อและสินค้า
  • ถนนรอบโรงงานและลานจอดรถเกิดแอ่งน้ำเมื่อฝนตก น้ำขังซึมลงชั้นดิน ยิ่งเร่งให้ดินอ่อนตัวและทรุดเพิ่มมากขึ้น
  • เพิ่มความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน และมีโอกาสถูกประเมินด้านความปลอดภัยในโรงงานต่ำลง
up02
up03

เทคโนโลยี Resin Up-Lifting: โซลูชันการซ่อมพื้นแบบไม่ต้องทุบ

Resin Up-Lifting คือเทคนิคการซ่อมพื้นคอนกรีตทรุดที่ทาง J.A.T. GROUND EXPERT นำมาปรับใช้เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกที่สุด โดยเป็นการฉีดสารเรซินโพลียูรีเทนชนิดขยายตัวเข้าไปใต้แผ่นคอนกรีตผ่านรูเจาะขนาดเล็ก สารเรซินจะไหลเข้าไปเติมเต็มโพรงดินและช่องว่างใต้พื้น ก่อนจะขยายตัวและแข็งตัวอย่างรวดเร็ว โดยจะเข้าไปทำหน้าเหล่านี้ 

  • เติมเต็มโพรงใต้พื้นคอนกรีต
  • บดอัดและเพิ่มความหนาแน่นให้กับชั้นดินรองรับ
  • สร้างแรงยกให้แผ่นคอนกรีตค่อย ๆ ยกกลับขึ้นมาในระดับที่ต้องการ

สารโพลียูรีเทนสำหรับงานยกพื้นทรุดมีคุณสมบัติน้ำหนักเบาแต่รับแรงอัดได้สูง สามารถรองรับน้ำหนักหลายสิบตันต่อตารางเมตรเมื่อติดตั้งอย่างถูกต้อง และมีลักษณะเป็นโฟมปิดเซลล์ ไม่อุ้มน้ำ จึงไม่ถูกชะล้างและไม่หดตัวเหมือนวัสดุบางชนิดในระยะยาว

C9oVcwtJfcQ

การยกพื้นคอนกรีตด้วยระบบควบคุมระดับแบบเลเซอร์

ในระหว่างการฉีดสารเรซิน ทีมงาน J.A.T. GROUND EXPERT จะใช้เครื่องมือวัดระดับแบบเลเซอร์ที่มีความละเอียดสูง ควบคุมการยกตัวของแผ่นคอนกรีตให้เป็นไปตามระดับที่ออกแบบไว้ โดยสามารถควบคุมความคลาดเคลื่อนได้ในระดับประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ช่วยให้พื้นกลับมาเรียบเสมอกัน ไม่เกิด “เนิน” หรือ “คลื่น” จากการยกมากเกินไปบางจุด

ประเภทงานที่เหมาะกับบริการยกพื้นของเรา

บริการยกปรับระดับพื้นคอนกรีตด้วยสารเรซินของ J.A.T. GROUND EXPERT เหมาะกับงานหลากหลายประเภท เช่น

  • พื้นโรงงานอุตสาหกรรม

    • พื้นทางเดินรถโฟล์กลิฟต์
    • พื้นทางเดินสายพานลำเลียง
    • พื้นบริเวณฐานรองเครื่องจักร

  • ลานจอดรถ ถนนภายในโครงการ และรอบโรงงาน

    • ลานจอดรถบรรทุก
    • ถนนคอนกรีตรอบโรงงานที่ทรุดเป็นแอ่งน้ำ
    • ยกพื้นถนนคอนกรีตพื้นบริเวณทางเข้า–ออกคลังสินค้า

  • พื้นโกดังสินค้า / คลังจัดเก็บ

    • พื้นใต้ชั้นวางสินค้า (Racking Area)
    • พื้นทางวิ่งของรถยกในคลังสินค้า

  • บ้านพักอาศัยและงานต่อเติม

    • พื้นบ้านทรุด พื้นห้องครัว ห้องน้ำ พื้นซักล้างหลังบ้าน
    • พื้นเฉลียง ระเบียง หรือส่วนต่อเติมที่เริ่มทรุดและแยกตัวจากตัวบ้านหลัก

  • พื้นที่ใช้งานใหม่หรืองานติดตั้งเครื่องจักร

    • พื้นที่ที่ต้องการปรับระดับก่อนวางเครื่องจักรหรือชั้นวางสินค้าใหม่
    • งานปรับระดับพื้นก่อนปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานพื้นที่
up04
วิธีการยกปรับระดับพื้นคอนกรีต ของบริษัทจะช่วยลด ระยะเวลาในการซ่อมแซมโดยเทียบกับ การซ่อมแบบอื่น เช่นการทุบแล้วทำใหม่ อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการปิดพื้นที่ รวมไปถึงค่าเสียโอกาสในการผลิตอีกด้วย

จุดเด่นและข้อดีของงานยกพื้นคอนกรีตด้วยเทคโนโลยี Resin Up-Lifting

  • ประหยัดเวลาในการซ่อมอย่างมาก : ไม่ต้องทุบพื้นเดิม ไม่ต้องรอคอนกรีตเซตตัวหลายวัน งานยกพื้นคอนกรีตส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียง 1-2 วัน และสามารถกลับมาใช้งานพื้นที่ได้เกือบทันทีหลังเสร็จงาน
  • หลีกเลี่ยงการทุบทำลายพื้นเดิม ลดฝุ่นและเสียงรบกวน : ใช้รูเจาะขนาดเล็กแทนการสกัดพื้นทั้งแผง ลดฝุ่น ควัน และเศษวัสดุ ลดผลกระทบกับพื้นที่ผลิตและพนักงานในโรงงาน
  • ไม่จำเป็นต้องขนย้ายสินค้าหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ทั้งหมด : ในหลายกรณีสามารถทำงานในช่องว่างระหว่างชั้นวาง หรือรอบฐานเครื่องจักร โดยใช้สายลำเลียงวัสดุยาวเข้าไป ทำให้ไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างหรือย้ายเครื่องจักรออกทั้งหมด
 
  • ควบคุมระดับการยกได้ละเอียดด้วยระบบเลเซอร์ : การใช้เครื่องวัดระดับแบบเลเซอร์ทำให้สามารถยกโครงสร้างคอนกรีตให้กลับมามีความลาดเอียงที่เหมาะสม ไม่เกิดจุด “หักมุม” หรือเนินที่ทำให้รถยกสะดุด
  • เพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักของพื้นและชั้นดิน : เมื่อสารเรซินเข้าไปเติมเต็มโพรงและบดอัดดิน ชั้นดินด้านล่างจะหนาแน่นขึ้น สามารถรองรับน้ำหนักได้มากขึ้นกว่าก่อนซ่อม และคุณสมบัติของเรซินเองก็รับแรงอัดได้สูง ใช้งานได้ตั้งแต่พื้นบ้านจนถึงพื้นรองรับเครื่องจักรหนักและพื้นถนนสำหรับยานพาหนะขนาดใหญ่
  • เทคโนโลยียกพื้นโดยไม่ต้องรื้อ/ไม่ต้องสร้างใหม่ :  ช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเสียโอกาสจากการหยุดไลน์การผลิต การย้ายสินค้าออกจากคลัง ค่าแรงทุบ–ขนทิ้ง–เทปูนใหม่ และความเสี่ยงจากการทำงานก่อสร้างหนักภายในโรงงาน
 


UP LIFTING

ขั้นตอนการยกปรับระดับพื้นคอนกรีตด้วยเทคโนโลยี Resin Up-Lifting

ขั้นตอนการทำงานถูกออกแบบให้กระทบการผลิตและการใช้งานพื้นที่น้อยที่สุด โดยสรุปขั้นตอนหลัก ๆ ได้แก่

การเจาะรูเพื่อฉีดสารขนาด 15 มิลลิเมตร

1. สำรวจหน้างานและตรวจวัดระดับพื้น

ทีมงานจะเข้าตรวจสอบสภาพหน้างาน วัดระดับพื้นและประเมินแนวโน้มการทรุด เพื่อวางแผนจุดฉีดและปริมาณวัสดุที่เหมาะสม

ขณะกำลังทำการฉีดสาร

2. เจาะรูขนาดเล็กบนแผ่นคอนกรีต

  • เจาะรูขนาดประมาณ 15 มิลลิเมตรให้ทะลุแผ่นคอนกรีต
  • กำหนดระยะห่างระหว่างรูเจาะโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.6–1.5 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานและความหนาของพื้น
  • ใช้สว่านโรตารีขนาดเล็กเพื่อลดเสียงรบกวน และมีการใช้เครื่องดูดฝุ่นควบคู่กันไป เพื่อลดการกระจายของฝุ่น ทำให้พื้นที่งานยังสะอาดและใช้งานบริเวณใกล้เคียงได้
การเจาะรูเพื่อฉีดสารขนาด 15 มิลลิเมตร

3. ติดตั้งอุปกรณ์ฉีดสารและระบบควบคุม

  • ติดตั้งหัวฉีดและต่อเข้ากับระบบฉีดสารบนรถโมบาย
  • ใช้สายลำเลียงวัสดุความยาวมากกว่า 45 เมตร ทำให้สามารถปิดพื้นที่หน้างานเฉพาะจุด และลากสายเข้าไปทำงานในพื้นที่แคบหรือภายในอาคารได้ โดยไม่ต้องนำรถเข้าไปใกล้ตัวอาคารมากเกินไป
ขณะกำลังทำการฉีดสาร

4. ฉีดสารเรซินเพื่อปิดโพรงและบดอัดชั้นดิน

เจ้าหน้าที่จะเริ่มฉีดสารเรซินลงไปในชั้นดินใต้พื้นผ่านรูเจาะ สารจะไหลเข้าไปเติมเต็มโพรงและช่องว่างใต้พื้น เมื่อเริ่มขยายตัว จะช่วย “ดัน” ดินให้แน่นขึ้น เพิ่มความหนาแน่นและความสามารถในการรับน้ำหนักของชั้นดิน

ควบคุมการยกปรับระดับด้วยเครื่องวัดระดับแบบเลเซอร์

5. ฉีดต่อเนื่องเพื่อยกพื้นให้ได้ระดับที่ต้องการ

  • เมื่อชั้นดินถูกบดอัดและเริ่มแน่นเพียงพอ เจ้าหน้าที่จะค่อย ๆ ฉีดสารต่อเนื่องเพื่อยกแผ่นคอนกรีตขึ้น
  • ระดับการยกจะถูกควบคุมด้วยเครื่องวัดระดับแบบเลเซอร์ ซึ่งมีความละเอียดระดับ 0.5 มิลลิเมตร ช่วยให้สามารถยกพื้นได้อย่างแม่นยำโดยไม่ทำให้แผ่นคอนกรีตแตกร้าวจากการยกที่รวดเร็วเกินไป

6. ปิดรูเจาะและตรวจสอบความเรียบร้อย

  • เมื่อได้ระดับที่ต้องการแล้ว จะทำการปิดรูเจาะด้วยวัสดุซีเมนต์ชนิดไม่หดตัว (Non-Shrink Grout)
  • ทำความสะอาดพื้นที่ ตรวจวัดระดับซ้ำ และสรุปปริมาณวัสดุที่ใช้ โดยสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากมิเตอร์วัดปริมาณวัสดุ

ด้วยคุณสมบัติของสารเรซินที่แข็งตัวรวดเร็ว งานรับซ่อมพื้นคอนกรีตทรุดส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้งานพื้นได้ในเวลาไม่นานหลังเสร็จงาน ลดเวลาหยุดการผลิตหรือหยุดใช้พื้นที่เมื่อเทียบกับการทุบพื้นและเทคอนกรีตใหม่


Chemical Resistance Report of CL 1725 DMCPR Flammability Test Report of THAMOL CL 1725 DMCPR Page 1 Flammability Test Report of THAMOL CL 1725 DMCPR Page 2

238956 238957 238958

uplifting Before after1


uplifting Before after2


 
 

OUR REFERENCE

งานยกปรับระดับพื้น (Up Lifting)

CLICK

ปรึกษาปัญหาพื้นทรุดและบริการยกปรับระดับพื้นกับทีมวิศวกร J.A.T. Ground Expert

หากโรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ของคุณกำลังประสบปัญหาพื้นทรุดตัว พื้นเป็นโพรง หรือระดับพื้นไม่เท่ากัน จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน J.A.T. GROUND EXPERT ยินดีเข้าไปดำเนินการสำรวจหน้างาน เพื่อวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการยกพื้นคอนกรีตด้วยเทคโนโลยีเรซินที่แม่นยำ รวดเร็ว และตอบโจทย์งบประมาณของคุณ ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาได้เลย

  • Tel : 063-352-7778, 063-352-7878
  • อีเมล : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • LINE ID: @jat2017

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ยกพื้นทรุดแบบไม่ต้องทุบทำใหม่ได้ไหม ?

A: ได้ เทคนิค Resin Up-Lifting ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อมโครงสร้างทรุดโดยไม่ต้องทุบพื้นเดิมทิ้ง ใช้เพียงรูเจาะขนาดเล็กสำหรับฉีดสารเรซินลงไปใต้พื้นคอนกรีต สารจะเติมเต็มโพรง บดอัดดิน และยกพื้นให้กลับมาได้ระดับ จึงลดฝุ่น เสียง และเศษวัสดุจากการทุบพื้นลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากพื้นชำรุดเสียหายหนักมาก (เช่น แตกร้าวเป็นชิ้นเล็ก ๆ จำนวนมาก) อาจต้องประเมินร่วมกับวิศวกรหน้างานว่าควรซ่อมพื้นบ้านทรุดด้วยการยกพื้นหรือรื้อเปลี่ยนบางส่วนร่วมด้วยหรือไม่

Q: การยกพื้นด้วยเรซินสามารถรับน้ำหนักรถบรรทุกหรือเครื่องจักรหนักได้จริงหรือไม่ ?

A: ได้แน่นอน สาร High-Density Polyurethane ที่เราใช้ ถูกออกแบบมาสำหรับงานวิศวกรรมโยธาโดยเฉพาะ มีค่า Compressive Strength สูง สามารถรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 20 ไปจนถึง 100 ตัน/ตร.ม. ซึ่งเพียงพอสำหรับรถบรรทุก และเครื่องจักรหนักในโรงงาน

Q: พื้นที่ทรุดมาก (เช่น ทรุดไป 10-20 ซม.) สามารถยกขึ้นมาได้ไหม ?

A: สามารถยกพื้นคอนกรีตได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพความยืดหยุ่นของโครงสร้างคอนกรีตเดิม และสภาพชั้นดินด้านล่าง วิศวกรของเราจะทำการสำรวจหน้างานเพื่อประเมินความเป็นไปได้และความปลอดภัยก่อนดำเนินการทุกครั้ง

Q: การฉีดสารเรซินจะทำให้พื้นคอนกรีตแตกเพิ่มไหม ?

A: มีความเสี่ยงต่ำมาก เนื่องจากเรามีระบบควบคุมแรงดันและการไหลของวัสดุ ผสานกับการมอนิเตอร์ระดับด้วยเลเซอร์ตลอดเวลา ทำให้การยกตัวเป็นไปอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ ลดโอกาสการเกิดรอยร้าวใหม่ได้ดีกว่าวิธียกแบบแม่แรง

Q: เทคโนโลยี Resin Up-Lifting ต่างจากการอัดน้ำปูน (Cement Grouting) อย่างไร ?

A: การอัดน้ำปูนมีน้ำหนักมาก อาจเพิ่มภาระให้ชั้นดินที่อ่อนอยู่แล้วทรุดลงไปอีก (Surcharge Load) และใช้เวลาแห้งตัวนาน ในขณะที่เรซินมีน้ำหนักเบากว่ามากแต่รับแรงได้สูง ไม่เพิ่มภาระให้ชั้นดิน และแห้งตัวไวกว่าหลายเท่า