พื้นบ้านกำลังทรุด ต้องซ่อมแซมอย่างเหมาะสมและเหมาะกับสภาพปัญหา

แนวทางแก้ปัญหาพื้นทรุด ด้วยยกพื้นด้วยโฟมและเทปูนปรับพื้น

Key takeaway

ปัญหาพื้นทรุดสามารถแก้ไขได้ด้วยหลากหลายวิธี ทั้งการแก้ปัญหาด้วยการยกพื้นด้วยโฟมและการเทปูนปรับระดับพื้น ซึ่งถ้าหากใช้วิธีฉีดสารโพลียูรีเทนจะเหมาะกับพื้นปูนเดิมที่ยังคงความแข็งแรง มีจุดเด่นด้านน้ำหนักที่เบา ไม่เพิ่มภาระกดทับให้ชั้นดิน และสามารถเปิดใช้งานพื้นที่ได้ทันที ส่วนการใช้ปูนเทพื้นเพื่อทำระดับใหม่จะตอบโจทย์สภาพหน้างานที่โครงสร้างเดิมเสียหายหนักจนต้องรื้อถอน ทั้งนี้การประเมินความคุ้มค่าจำเป็นต้องพิจารณาจากความรุนแรงของปัญหา สภาพแผ่นคอนกรีต และระยะเวลาเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

Table of Content

พื้นทรุดเป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อยกับที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม โดยสาเหตุหลักมักเกิดจากชั้นดินใต้พื้นมีการยุบตัว การบดอัดดินก่อนการก่อสร้างไม่เพียงพอ การรับน้ำหนักที่มากเกินขีดจำกัด หรือแม้แต่การเสื่อมสภาพของโครงสร้างเดิมตามกาลเวลา 

หากปล่อยปัญหาเหล่านี้ทิ้งไว้นานโดยไม่แก้ไข ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสวยงาม ความปลอดภัย และฟังก์ชันการใช้งานในพื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใช้เป็นแนวทางซ่อมพื้นทรุดในหลากหลายวิธี ตั้งแต่การยกพื้นบ้านด้วยเทคนิคสมัยใหม่อย่างการยกพื้นด้วยโฟม ไปจนถึงวิธีการดั้งเดิมอย่างการรื้อพื้นและเทปูนปรับพื้นใหม่ แต่การจะตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ควรพิจารณาจากสภาพความเสียหาย ลักษณะของพื้นที่ ระยะเวลาที่เอื้ออำนวย และความคุ้มค่าด้านงบประมาณเป็นสำคัญ

 

พื้นทรุดเกิดจากอะไร และควรซ่อมเมื่อไร ?

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีการซ่อมแซม ควรทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้โครงสร้างพื้นเกิดการทรุดตัว รวมถึงการหมั่นสังเกตสัญญาณเตือน เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

สาเหตุหลักที่ทำให้พื้นบ้านทรุดตัว

  • ชั้นดินใต้พื้นยุบตัวหรือผ่านการบดอัดมาไม่แน่นเพียงพอ ทำให้แผ่นคอนกรีตขาดแรงรองรับและค่อย ๆ ทรุดตัวลงตามกาลเวลา
  • การกัดเซาะของน้ำบริเวณใต้ดินหรือใต้โครงสร้าง ส่งผลให้ดินสูญเสียความหนาแน่นและก่อให้เกิดโพรงช่องว่างใต้พื้น ซึ่งอาจจะต้องซ่อมแซมเพื่อปิดโพรงใต้พื้นคอนกรีตด้วย
  • การใช้งานพื้นที่เพื่อรับน้ำหนักมากเกินกว่าที่วิศวกรได้ออกแบบไว้ ทำให้เกิดแรงกดมหาศาลจนโครงสร้างเสียสมดุล
  • อายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้วัสดุและโครงสร้างคอนกรีตเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ

สัญญาณเตือนว่าพื้นกำลังมีปัญหาและควรซ่อมแซม

  • พื้นปูนเกิดรอยแตกร้าว รอยแยก หรือรอยร้าวที่ขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
  • ระดับพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ หรือสังเกตเห็นบางจุดยุบต่ำลงอย่างชัดเจน
  • มีปัญหาน้ำท่วมขังในบริเวณที่พื้นมีระดับเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ประตู หน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน หรือสิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้เริ่มเคียงเอียง จนทำให้เปิด-ปิดได้ยากผิดปกติ

วิธียกพื้นด้วยโฟมคืออะไร เหมาะกับพื้นแบบไหน ?

เทคโนโลยียกพื้นด้วยโฟม คือการใช้นวัตกรรมสารเคมีเพื่อเข้ามาช่วยหนุนโครงสร้าง โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลหนัก การทำงานจะเริ่มต้นจากการเจาะรูขนาดเล็กมากบนพื้นผิวคอนกรีต จากนั้นช่างผู้เชี่ยวชาญจะฉีดสารโพลียูรีเทนโฟม (PU Foam) ลงไปสู่ช่องว่างใต้พื้น เมื่อสารดังกล่าวทำปฏิกิริยาและเกิดการขยายตัว จะทำหน้าที่เติมเต็มโพรงใต้ดิน พร้อมกับสร้างแรงดันเพื่อยกแผ่นคอนกรีตให้ลอยกลับขึ้นมาอยู่ในระดับที่ถูกต้อง ก่อนที่โฟมจะเซตตัวและแข็งตัวกลายเป็นฐานรองรับที่มีความมั่นคงสูง

ข้อดี-ข้อจำกัด 

  • ข้อดี : ระยะเวลาการทำงานรวดเร็วมาก สามารถดำเนินงานให้เสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง สภาพหน้างานมีความสะอาด ปราศจากฝุ่นละออง และที่สำคัญคือวัสดุโฟมมีน้ำหนักเบา จึงไม่เพิ่มน้ำหนักกดทับที่จะทำให้ชั้นดินทรุดตัวเพิ่มในอนาคต
  • ข้อจำกัด : ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีสภาพแตกหัก เสียหายอย่างรุนแรง หรือมีโพรงใต้ดินที่กว้างและลึกจนเกินไป

วิธีเทปูนปรับพื้นคืออะไร และเหมาะกับงานประเภทไหน ?

สำหรับการเทปูนปรับพื้น ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยเน้นไปที่การสร้างพื้นผิวชั้นใหม่ขึ้นมาทดแทน

กระบวนการทั่วไปจะเริ่มต้นด้วยการเตรียมหน้างาน ซึ่งอาจรวมถึงการสกัดหรือรื้อถอนพื้นที่ได้รับความเสียหายออกทั้งหมด จากนั้นจึงทำความสะอาด ทาน้ำยาประสานคอนกรีตเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ และดำเนินการเทวัสดุใหม่ เช่น การปูนเทพื้นเข้าไปเพื่อปรับระดับให้พื้นผิวมีความเรียบเนียนและพร้อมสำหรับการปูวัสดุปิดผิวต่อไป

ข้อดี-ข้อจำกัด 

  • ข้อดี : ราคาประหยัด สามารถหาช่างรับเหมาทั่วไปมารับงานได้ง่าย และผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าสัมผัสปูนใหม่ที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงขูดขีด
  • ข้อจำกัด : การทำงานก่อให้เกิดฝุ่นละออง เสียงดัง และมีเศษวัสดุจำนวนมาก ต้องใช้เวลารอให้ปูนเซตตัวหลายวัน และที่สำคัญคือเนื้อปูนมีน้ำหนักมหาศาล ซึ่งอาจกลายเป็นโหลดน้ำหนักส่วนเกินที่ไปกดทับชั้นดิน ทำให้เกิดการทรุดตัวซ้ำและเร็วกว่าเดิมในระยะยาว

ซ่อมพื้นทรุดด้วยโฟม รวดเร็ว ไม่มีฝุ่นละออง

เปรียบเทียบยกพื้นด้วยโฟม vs เทปูนปรับระดับพื้น วิธีไหนคุ้มกว่า 

ในการวัดความคุ้มค่าของการซ่อมแซม ไม่ควรพิจารณาเพียงแค่งบประมาณเท่านั้น แต่ต้องมองลึกไปถึงผลลัพธ์ในระยะยาว 

  • ด้านงบประมาณและค่าใช้จ่าย : การเทปูนเพื่อปรับพื้นมักจะมีราคาประหยัดกว่าในตอนต้น เหมาะกับพื้นที่ที่สภาพดินด้านล่างมีความมั่นคงแล้ว ในทางกลับกัน การฉีดโฟมอาจมีต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่า แต่เมื่อคำนวณในภาพรวมจะช่วยประหยัดค่ารื้อถอน ลดค่าเสียโอกาสในการดำเนินการหรือการผลิตที่ต้องสูญเสียไปจากการปิดพื้นที่เป็นเวลานาน ไม่ต้องหยุดชะงักการใช้งาน และขจัดความเสี่ยงที่โครงสร้างจะพังทลายเพิ่ม จึงถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งในมิติของการป้องกันและมิติเชิงพาณิชย์ระยะยาว
  • ด้านโครงสร้างและระยะเวลา : การฉีดโฟมตอบโจทย์พื้นที่ที่ต้องการใช้งานอย่างเร่งด่วน เช่น ลานจอดรถ ทางเดินเข้าอาคาร หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ไม่สามารถปิดกิจการได้นาน ขณะที่การเทปูนจะต้องเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนรื้อถอน เทวัสดุ และรอให้คอนกรีตบ่มตัวจนได้ที่ จึงเหมาะกับไซต์งานที่สามารถยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการฉีดโฟมและเทปูนใหม่ 

ปัจจัยการพิจารณา

ยกพื้นด้วยโฟม (PU Foam)

เทปูนปรับพื้นใหม่

ระยะเวลาทำงาน

รวดเร็ว เสร็จสิ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง 

นาน รวมรื้อถอนและรอปูนแห้งหลายวัน 

ภาระน้ำหนักต่อโครงสร้าง

เบามาก ไม่เป็นภาระต่อชั้นดิน

หนัก เสี่ยงทำให้ดินทรุดตัวซ้ำ

ผลกระทบหน้างาน

สะอาด เสียงไม่ดัง ฝุ่นน้อยมาก

มีฝุ่นละออง เสียงดัง และเศษวัสดุก่อสร้าง

สภาพพื้นเดิมที่รองรับได้

โครงสร้างแผ่นคอนกรีตต้องยังคงสภาพดี ไม่แตกหัก

ทำได้กับทุกสภาพพื้นที่ รื้อทำใหม่ทั้งหมด 

ความคุ้มค่าเชิงลึก

คุ้มค่าด้านการประหยัดเวลาและยืดอายุโครงสร้าง

ประหยัดงบก้อนแรก แต่เสี่ยงทรุดซ้ำหากดินไม่แน่น

เลือกวิธีแก้พื้นทรุดแบบไหนดีให้เหมาะกับบ้านของคุณ

ที่จริงแล้วไม่มีวิธีซ่อมแซมพื้นทรุดแบบไหนดีที่สุด แต่ควรเลือกวิธีที่เหมาะกับปัญหาของบ้านหรืออาคารของเรา โดยมีแนวทางการพิจารณาดังต่อไปนี้ 

กรณีที่เหมาะกับการยกพื้นด้วยโฟม

  • แผ่นพื้นคอนกรีตเดิมยังมีสภาพแข็งแรง เป็นผืนต่อเนื่อง และไม่พบความเสียหายหรือรอยแตกหักที่รุนแรง
  • เจ้าของบ้านต้องการหลีกเลี่ยงกระบวนการรื้อถอน ลดฝุ่นควัน และลดผลกระทบต่อการอยู่อาศัย
  • หน้างานเป็นบริเวณที่ไม่อยากเพิ่มน้ำหนักกดทับลงบนชั้นดิน เช่น ลานจอดรถหน้าบ้าน พื้นซักล้างรอบบ้าน หรือโครงสร้างส่วนต่อเติมที่อยู่ใกล้กับตัวอาคารหลัก
  • มีความต้องการให้งานซ่อมแซมเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วเพื่อนำพื้นที่กลับมาใช้งานตามปกติ

กรณีที่ควรเลือกเทปูนปรับพื้นใหม่

  • พื้นเดิมมีรอยแตกร้าว เสียหาย หรือทรุดแตกหักออกจากกันจนไม่สามารถผสานให้แข็งแรงได้ดังเดิม
  • เจ้าของพื้นที่มีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับพื้นใหม่ทั้งหมด หรือเตรียมพื้นที่สำหรับปูวัสดุชนิดใหม่
  • เป็นไซต์งานก่อสร้างหรือพื้นที่ที่สามารถทำการรื้อถอนได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  • มีระยะเวลาเพียงพอที่จะรอให้กระบวนการทางวิศวกรรมของการบ่มปูนเสร็จสมบูรณ์ 

ปรึกษาเรื่องซ่อมพื้นทรุดกับ J.A.T. GROUND EXPERT 

ไม่ว่าจะเป็นวิธียกพื้นด้วยโฟม และการเทปูนปรับระดับพื้นต่างก็มีข้อดีที่เหมาะกับลักษณะงานแตกต่างกัน ซึ่งหากพื้นเดิมยังแข็งแรงและต้องการซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว การฉีดโฟมอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ส่วนพื้นที่ที่พื้นเสียหายมากหรือต้องการปรับพื้นใหม่ทั้งหมด การเทปูนก็เป็นอีกแนวทางที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การเลือกวิธีแก้ไขที่ถูกต้องควรเริ่มจากการประเมินสภาพหน้างาน เพื่อป้องกันปัญหาพื้นทรุดซ้ำและช่วยให้การซ่อมแซมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากเจอปัญหาพื้นทรุดแต่ยังไม่มั่นใจว่าควรใช้วิธีไหนดี ให้ทีมวิศวกรและช่างผู้เชี่ยวชาญจาก J.A.T. GROUND EXPERT ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าด้วยจุดเด่นด้านความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียงของบริษัท และบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม สามารถช่วยคุณประเมินปัญหาอย่างลึกซึ้ง พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางยกพื้นทรุด และซ่อมพื้นทรุด ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของคุณ เพื่อจบปัญหาได้อย่างเด็ดขาดและคืนความปลอดภัยให้กลับมาอีกครั้ง

  • Tel : 063-352-7778, 063-352-7878
  • อีเมล : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • LINE ID: @jat2017

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซ่อมพื้นทรุดในแต่ละบริการ

บริการปิดซ่อมโพรงใต้โครงสร้างและแผ่นพื้นคอนกรีต: https://www.jatgroundexpert.com/solutions/void-filling.html

บริการซ่อมพื้นคอนกรีตทรุดในโรงงาน: https://www.jatgroundexpert.com/solutions/uplifting.html 

ข้อมูลอ้างอิง

  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นทรุด (FAQs)

Q: สารโพลียูรีเทนโฟมที่ใช้ฉีดใต้พื้นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือแหล่งน้ำใต้ดินหรือไม่ ?

A: โฟม PU ที่ใช้สำหรับงานวิศวกรรมประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาให้มีความเสถียรสูงหลังจากการเซตตัว ไม่เกิดการละลายน้ำ ไม่ปล่อยสารพิษตกค้าง และไม่ย่อยสลายกลายเป็นไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนลงสู่ชั้นน้ำบาดาล จึงมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและผู้พักอาศัย

Q: หลังจากฉีดโฟมเสร็จแล้ว สามารถปูกระเบื้องทับบนพื้นผิวเดิมได้ทันทีเลยหรือไม่ ? 

A: เมื่อโฟมเซตตัวและดันแผ่นพื้นกลับเข้าสู่ระดับที่ต้องการแล้ว โครงสร้างจะมีความแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักได้ทันที หากพื้นผิวเดิมมีความเรียบและไม่มีความเสียหายรุนแรง สามารถดำเนินการปรับเตรียมผิวและปูกระเบื้องหรือวัสดุปิดผิวอื่น ๆ ทับได้เลยโดยไม่ต้องรอเวลา

Q: กรณีที่เป็นพื้นส่วนต่อเติมหลังบ้านที่แยกออกจากโครงสร้างหลัก หากเทปูนใหม่จะทำให้ดึงรั้งตัวบ้านหลักไหม ? 

A: หากพื้นส่วนต่อเติมมีการแยกโครงสร้าง (Joint) ขาดจากตัวบ้านหลักอย่างชัดเจน การเทคอนกรีตใหม่จะไม่เกิดการดึงรั้งโครงสร้างหลัก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือน้ำหนักของคอนกรีตใหม่จะทำให้ดินบริเวณส่วนต่อเติมทรุดเร็วขึ้น และอาจทำให้เกิดช่องว่างหรือรอยแยกที่กว้างขึ้นระหว่างตัวบ้านและส่วนต่อเติมในอนาคต